ขี้หู
เมื่อพูดถึง
“ ขี้หู ”
คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามัน คือ ของเสีย หรือสิ่งสกปรก และสรรหาสารพัดวิธี
ที่จะกำจัดขี้หูให้หมดไป เช่น การใช้ไม้แคะหู หรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดออก
หลายคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมการแคะหู มีบริการนี้ในร้านตัดผมเสียด้วยซ้ำ
แต่แท้ที่จริงแล้วขี้หูนั้นมีประโยชน์ การกำจัดขี้หูอย่างไม่เหมาะสม
กลับกลายเป็นการสร้างปัญหา หรือก่อให้เกิดอันตรายกับหูเสียมากกว่า
"ขี้หู" เกิดขึ้นได้อย่างไร?
โดย
ปกติแล้ว เซลล์ผิวหนังจะมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิว
ซึ่งจะเลื่อนขึ้นสู่ชั้นบนของผิวหนังและหลุดลอกออกไปได้เอง
เซลล์บุผิวของรูหูชั้นนอกก็มีลักษณะคล้ายกับเซลล์บุผิวหนังทั่วไป
แต่จะไม่หลุดลอกออกไปได้เองเหมือนเซลล์ผิวหนัง
เซลล์บุผิวในรูหูจะสะสมเป็นแผ่นเป็นชั้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญของขี้หู
คิดเป็นร้อยละ 60 ของน้ำหนักทั้งหมดของขี้หู นอกจากนี้ขี้หูยังประกอบไปด้วย
เอนไซม์ เพปไทด์ กรดไขมัน คอเลสเตอรอล และแอลกอฮอล์ เป็นต้น
ขี้
หูถูกหลั่งออกมาตรงบริเวณใกล้ ๆ กับแก้วหู ในระยะแรกขี้หูจะมีลักษณะนุ่ม
เหลว ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น ต่อมาขี้หูจะค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกมาสู่ภายนอก
โดยการพัดโบกของเซลล์ขนในรูหู ผสมผสานกับการขยับเคลื่อนที่ของขากรรไกร เช่น
เวลาเคี้ยวอาหาร เวลาพูด เวลาหาว ทำให้ขี้หูค่อย ๆ เคลื่อนออกมาทีละน้อย
เมื่อขี้หูเคลื่อนที่ออกมาด้านนอก จะทำให้ขี้หูมีลักษณะเปลี่ยนไป
โดยมีสีเข้มขึ้น เหนียวข้น และมีกลิ่น
ทำไมขี้หูของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน?
ลักษณะ
ของขี้หูจะแตกต่างกันไปตามเผ่าพันธุ์ของมนุษย์
ซึ่งเกิดจากความแตกต่างในองค์ประกอบของไขมัน และสีผิวของขี้หู คนผิวขาว
(ชาวยุโรป-ชาวอเมริกัน) และคนผิวดำ (ชาวแอฟริกัน)
จะมีขี้หูสีน้ำตาลอ่อนจนถึงเข้ม และมีลักษณะเหนียว ข้น ชื้น
ขณะที่คนผิวเหลือง (ชาวเอเชีย และชาวอินเดียนแดง) จะมีขี้หูสีเทาหรือสีแทน
และไม่มีลักษณะเหนียว ข้น ชื้น แต่จะเปราะและแห้ง
ประโยชน์ของขี้หู
ขี้
หูจะช่วยป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดกับรูหูชั้นนอก
ลักษณะข้นเหนียวของขี้หูจะช่วยเคลือบ และจับสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าไปในรูหู
เช่น ฝุ่นและแมลง นอกจากนี้ ขี้หูยังมีคุณสมบัติเป็นกรด
ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ในรูหูได้
เมื่อมี
การขูดขีดหรือฉีกขาดเล็กน้อยในรูหู เช่น
แผลที่เกิดจากการแคะหูด้วยวัตถุแปลกปลอมต่าง ๆ
ขี้หูที่เคลือบผิวของรูหูจะช่วยบรรเทา และลดการติดเชื้อที่ผิวของรูหูได้
แต่ถ้าขี้หูถูกกำจัดออกไปจนหมด ก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น
ดังนั้น หากแคะหูบ่อย ๆ โปรดระวัง!!
ขี้หูอุดตัน - ติดเชื้อ - แก้วหูทะลุ
เมื่อ
เราใช้ไม้พันสำลีเช็ดหู เราจะเห็นขี้หูบางส่วนติดปลายไม้พันสำลีออกมาด้วย
เราอาจจะคิดว่าได้กำจัดขี้หูออกไปแล้ว แต่ความจริงแล้ว
ขี้หูที่ติดมากับปลายไม้พันสำลีนั้น เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนใหญ่ของขี้หูจะถูกไม้พันสำลีดันลึกเข้าไปในรูหูด้านในมากขึ้น
ทำให้ขี้หูแข็งมากขึ้น และเกิดการอุดตันได้ ยิ่งไปกว่านั้น
ขี้หูที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะหลั่งออกมาบริเวณระหว่างขี้หู
ที่อุดตันกับแก้ว หู ซึ่งจะยิ่งทำให้ขี้หูอุดตันมากขึ้น
นอกจาก
นี้ ไม้พันสำลีมักจะทำให้เซลล์ขนในรูหู
ซึ่งทำหน้าที่พัดโบกขี้หูออกมาด้านนอก เสียหาย ขี้หูจึงคั่งค้างอยู่ข้างใน
และสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การใช้ไม้พันสำลีปั่นรูหูแรง ๆ
ยังอาจทำให้ผิวหนังในรูหูถลอกหรือเป็นแผล ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อได้
หากใช้ไม้พันสำลีสอดลึกเกินไป ก็อาจทำให้เยื่อแก้วหูบาดเจ็บหรือทะลุได้
อาการของขี้หูอุดตัน
ขี้
หูอุดตันอาจทำให้มีอาการคัน ปวด มึนงง ได้ยินเสียงแว่วในหู ไอ บ้านหมุน
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ขี้หูอุดตันจะส่งผลต่อการได้ยิน
แพทย์อาจใช้ยาละลายขี้หู เพื่อช่วยให้ขี้หูอ่อนนุ่มลง และกำจัดได้ง่ายขึ้น
ถึง
แม้จะได้ชื่อว่า “ขี้หู” แต่ก็ไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดแต่อย่างใด
เพราะอาจจะไปทำลายสภาพแวดล้อมที่ดีในรูหู การแคะหูโดยใช้วัตถุใด ๆ
ก็ตามแหย่เข้าไปในรูหู อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
แม้แต่ปลายเล็บของเราเองก็อาจทำให้หูถลอก ติดเชื้อ และอักเสบได้ นอกจากนี้
ไม้แคะหูในร้านตัดผมชาย
ก็อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคจากผู้หนึ่งไปสู่อีกผู้หนึ่งได้ ดังนั้น
โดยปกติแล้วไม่จำเป็นต้องล้าง หรือทำความสะอาดภายในรูหู
เพียงแต่ทำความสะอาดใบหูด้านนอกระหว่างอาบน้ำก็เพียงพอแล้ว