Showing posts with label ขี้หู. Show all posts
Showing posts with label ขี้หู. Show all posts

14.9.12

ขี้หู มาจากไหน? จะทำอย่างไรเมื่อมีปัญหา

          รูหูส่วนนอกเท่านั้นที่มีต่อมสร้างขี้หู ทำให้เราพบขี้หูอยู่รอบๆ ปากทางเข้ารูหู ซึ่งมีหน้าที่ดักฝุ่น , สิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปถึงเยื่อแก้วหู ธรรมชาติสร้างรูหูให้มีรูปร่างเป็นกรวย มีปากทางเข้ากว้างกว่ารูหูส่วนใน ขี้หูที่สะสมอยู่นี้ปกติจะแห้งหลุดออกมา ได้เอง โดยไม่เคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนลึกๆ ของรูหู จึงไม่จำเป็นที่คนจะต้องแคะหูหรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดหู เพราะบ่อยครั้งอาจจะดันให้ขี้หูเข้าไปสะสมในรูหูส่วนใน หรือทำให้รูหูถลอก อักเสบ-ติดเชื้อได้ หนังหุ้มรูหูส่วนในนั้นเปราะบางมาก เวลาแหย่หูลึกๆ ถ้ากระแทกโดนจะเจ็บมาก
          หลายคนเข้าใจผิดว่า ควรต้องเช็ดรูหูให้สะอาดเสมอ หรือเช็ดหูด้วยไม้พันสำลีหลังอาบน้ำทุกครั้ง แต่จริงๆ แล้ว มีขี้หูเคลือบรูหูบ้างจะดีกว่า เพราะว่ายิ่งเช็ดหรือแคะหูมาก รูหูจะยิ่งแห้งและคันหูได้มากกว่า หลังอาบน้ำหรือสระผม ถ้าน้ำเปียกหู อาจใช้ไม้พันสำลีชนิดเนื้อแน่น ขนาดเล็ก ซับน้ำที่ปากรูหูนิดหน่อยก็พอ
          ถ้าน้ำเข้าหูเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่ออกมา - หูยังอื้ออยู่ ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีขี้หูในส่วนลึกของรูหูซึ่งอมน้ำไว้ กรณีเช่นนี้ควรให้แพทย์ หู-คอ-จมูก ตรวจทำความสะอาดหู แพทย์อาจล้างหูด้วยการฉีดน้ำ หรือใช้เครื่องดูดขี้หู แล้วแต่ความเหมาะสม
          ผู้ที่มีปัญหาขี้หูมาก หรือขี้หูแห้ง - คันหูมาก หลังจากให้แพทย์ทำความสะอาดหูแล้วอาจใช้น้ำมันพวก GLYCERINE, BABY OIL หยอดหูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยชะล้างรูหูให้สะอาดขึ้นได้ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับเด็กเล็กๆ เพราะรูหูเล็ก เช็ดก็ยาก แคะก็ยาก
ถ้าคันหูบ่อยๆ สิ่งที่ควรกระทำ คือ
1. งดแคะหู หรือ ใช้ไม้พันสำลีปั่นหู
2. ให้แพทย์ทำความสะอาดหู แล้วใช้น้ำมันหยอดหูเป็นประจำ
3. ถ้าเป็นโรคผิวหนังที่รูหู เช่น Seborrheic dermatitis แพทย์จะให้ป้ายยา - หยอดยาที่มี Cortisone ผสมอยู่
ถ้าเจ็บหู รูหูอักเสบบ่อย ควรปฏิบัติเพิ่มเติมจากปัญหาคันหู คือ
1. อย่าใช้นิ่วแหย่หูเด็ดขาด เพราะขอบเล็บที่ปลายนิ้วจะทำให้รูหูถลอก ติดเชื้อ และอักเสบได้ง่าย
2. ให้แพทย์ตรวจ ทำความสะอาดหูปีละ 2-3 ครั้ง ไม่ให้ขี้หูค้างในรูหู
3. หลังว่ายน้ำทุกครั้ง ควรหยอดหูด้วย น้ำส้มสายชู (2% Acetic acid) หรือ น้ำส้มสายชูผสมแอลกอฮอล์ (1:1) ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ทั้งแบคทีเรียและ เชื้อรา
          หูอื้อหลายวันยังไม่หาย อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะมีขี้หูก็ได้ เช่น น้ำขังในหูส่วนกลาง หรือโรคของหูส่วนใน ที่ต้องให้แพทย์ตรวจรักษาอย่างทันท่วงที
ที่มาข้อมูล: นพ.เติมศักดิ์ กุศลรักษา อ้างถึง http//.beauty.vwander.com

ขี้หู

ขี้หู 

เมื่อพูดถึง “ ขี้หู ” คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามัน คือ ของเสีย หรือสิ่งสกปรก และสรรหาสารพัดวิธี ที่จะกำจัดขี้หูให้หมดไป เช่น การใช้ไม้แคะหู หรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดออก หลายคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมการแคะหู มีบริการนี้ในร้านตัดผมเสียด้วยซ้ำ แต่แท้ที่จริงแล้วขี้หูนั้นมีประโยชน์ การกำจัดขี้หูอย่างไม่เหมาะสม กลับกลายเป็นการสร้างปัญหา หรือก่อให้เกิดอันตรายกับหูเสียมากกว่า

"ขี้หู" เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โดย ปกติแล้ว เซลล์ผิวหนังจะมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิว ซึ่งจะเลื่อนขึ้นสู่ชั้นบนของผิวหนังและหลุดลอกออกไปได้เอง เซลล์บุผิวของรูหูชั้นนอกก็มีลักษณะคล้ายกับเซลล์บุผิวหนังทั่วไป แต่จะไม่หลุดลอกออกไปได้เองเหมือนเซลล์ผิวหนัง เซลล์บุผิวในรูหูจะสะสมเป็นแผ่นเป็นชั้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญของขี้หู คิดเป็นร้อยละ 60 ของน้ำหนักทั้งหมดของขี้หู นอกจากนี้ขี้หูยังประกอบไปด้วย เอนไซม์ เพปไทด์ กรดไขมัน คอเลสเตอรอล และแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ขี้ หูถูกหลั่งออกมาตรงบริเวณใกล้ ๆ กับแก้วหู ในระยะแรกขี้หูจะมีลักษณะนุ่ม เหลว ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น ต่อมาขี้หูจะค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกมาสู่ภายนอก โดยการพัดโบกของเซลล์ขนในรูหู ผสมผสานกับการขยับเคลื่อนที่ของขากรรไกร เช่น เวลาเคี้ยวอาหาร เวลาพูด เวลาหาว ทำให้ขี้หูค่อย ๆ เคลื่อนออกมาทีละน้อย เมื่อขี้หูเคลื่อนที่ออกมาด้านนอก จะทำให้ขี้หูมีลักษณะเปลี่ยนไป โดยมีสีเข้มขึ้น เหนียวข้น และมีกลิ่น

ทำไมขี้หูของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน?

ลักษณะ ของขี้หูจะแตกต่างกันไปตามเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างในองค์ประกอบของไขมัน และสีผิวของขี้หู คนผิวขาว (ชาวยุโรป-ชาวอเมริกัน) และคนผิวดำ (ชาวแอฟริกัน) จะมีขี้หูสีน้ำตาลอ่อนจนถึงเข้ม และมีลักษณะเหนียว ข้น ชื้น ขณะที่คนผิวเหลือง (ชาวเอเชีย และชาวอินเดียนแดง) จะมีขี้หูสีเทาหรือสีแทน และไม่มีลักษณะเหนียว ข้น ชื้น แต่จะเปราะและแห้ง

ประโยชน์ของขี้หู

ขี้ หูจะช่วยป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดกับรูหูชั้นนอก ลักษณะข้นเหนียวของขี้หูจะช่วยเคลือบ และจับสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าไปในรูหู เช่น ฝุ่นและแมลง นอกจากนี้ ขี้หูยังมีคุณสมบัติเป็นกรด ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ในรูหูได้

เมื่อมี การขูดขีดหรือฉีกขาดเล็กน้อยในรูหู เช่น แผลที่เกิดจากการแคะหูด้วยวัตถุแปลกปลอมต่าง ๆ ขี้หูที่เคลือบผิวของรูหูจะช่วยบรรเทา และลดการติดเชื้อที่ผิวของรูหูได้ แต่ถ้าขี้หูถูกกำจัดออกไปจนหมด ก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

ดังนั้น หากแคะหูบ่อย ๆ โปรดระวัง!!
ขี้หูอุดตัน - ติดเชื้อ - แก้วหูทะลุ

เมื่อ เราใช้ไม้พันสำลีเช็ดหู เราจะเห็นขี้หูบางส่วนติดปลายไม้พันสำลีออกมาด้วย เราอาจจะคิดว่าได้กำจัดขี้หูออกไปแล้ว แต่ความจริงแล้ว ขี้หูที่ติดมากับปลายไม้พันสำลีนั้น เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่ของขี้หูจะถูกไม้พันสำลีดันลึกเข้าไปในรูหูด้านในมากขึ้น ทำให้ขี้หูแข็งมากขึ้น และเกิดการอุดตันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ขี้หูที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะหลั่งออกมาบริเวณระหว่างขี้หู ที่อุดตันกับแก้ว หู ซึ่งจะยิ่งทำให้ขี้หูอุดตันมากขึ้น

นอกจาก นี้ ไม้พันสำลีมักจะทำให้เซลล์ขนในรูหู ซึ่งทำหน้าที่พัดโบกขี้หูออกมาด้านนอก เสียหาย ขี้หูจึงคั่งค้างอยู่ข้างใน และสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การใช้ไม้พันสำลีปั่นรูหูแรง ๆ ยังอาจทำให้ผิวหนังในรูหูถลอกหรือเป็นแผล ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากใช้ไม้พันสำลีสอดลึกเกินไป ก็อาจทำให้เยื่อแก้วหูบาดเจ็บหรือทะลุได้

อาการของขี้หูอุดตัน

ขี้ หูอุดตันอาจทำให้มีอาการคัน ปวด มึนงง ได้ยินเสียงแว่วในหู ไอ บ้านหมุน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ขี้หูอุดตันจะส่งผลต่อการได้ยิน แพทย์อาจใช้ยาละลายขี้หู เพื่อช่วยให้ขี้หูอ่อนนุ่มลง และกำจัดได้ง่ายขึ้น

ถึง แม้จะได้ชื่อว่า “ขี้หู” แต่ก็ไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดแต่อย่างใด เพราะอาจจะไปทำลายสภาพแวดล้อมที่ดีในรูหู การแคะหูโดยใช้วัตถุใด ๆ ก็ตามแหย่เข้าไปในรูหู อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แม้แต่ปลายเล็บของเราเองก็อาจทำให้หูถลอก ติดเชื้อ และอักเสบได้ นอกจากนี้ ไม้แคะหูในร้านตัดผมชาย ก็อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคจากผู้หนึ่งไปสู่อีกผู้หนึ่งได้ ดังนั้น โดยปกติแล้วไม่จำเป็นต้องล้าง หรือทำความสะอาดภายในรูหู เพียงแต่ทำความสะอาดใบหูด้านนอกระหว่างอาบน้ำก็เพียงพอแล้ว